สายด่วนป่วนสาวซ่า 1-8000-WHERE R YOU ?
ตอนที่ 1 When Lightning Strikes (เมื่อสายฟ้าฟาด)
โดย Meg Cabot

อ่านสนุกตามสไตล์ Meg cabot ค่ะ
ทำให้เราได้หวนระลึกไปถึงช่วงสมัยวัยทีน ก็…เมื่อไม่นานมานี้เอง
แต่ก็ไม่ได้สนุกมากขนาดจะต้องหยิบเล่ม 2 มาอ่านทันทีเดี๋ยวนั้น เหมือนที่เคยอ่าน review ของหลายๆคน

ก่อนจะได้อ่าน นึกภาพว่าคงใสๆ เบาๆ แต่ความจริงก็มีหนักๆอยู่เยอะเหมือนกัน
แค่ชีวิตครอบครัวนางเอก ความผูกพันธ์ระหว่างนางเอกกะพี่ชายนี่ ก็เกือบเรียกน้ำตาเราได้หลายช๊อตอยู่
ยังจะเรื่องความสามารถของนางเอกที่ว่า แค่เห็นหน้าใคร พอได้หลับไปตื่นหนึ่ง ตื่นขึ้นมาก็สามารถบอกได้ว่าคนนั้นอยู่ที่ไหนเนี้ย ก็ยังอุตสาห์จะแอบซีเรียส  คุณจะรู้ได้ไงว่า คนที่หายสาบสูญไปคนนั้น จะอยากให้คุณหาเจอ …อืมมม แค่ case แรกของนางเอกเราก็แอบทำเอา เครียดไปทั้งเรื่อง แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยดี แถมยังประทับใจอีกต่างหาก

..อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ว่าเรื่องนี้เครียดนะคะ จริงๆแล้วมัน ฮามาก สนุก โรแมนติก แต่ใครๆ ก็เขียน review  แง่นี้ไปเยอะแ้ล้ว ก็เลยขอแหวกแนวกะเค้ามั่ง

เรื่องย่อ เข้าไปอ่านกันเองนะคะ –> http://www.bluebell-press.com/?p=128#more-128
ตอนนี้ ที่สำนักพิมพ์ เค้ามี ซื้อครบชุดแถมเสื้อยืดด้วย น่าสะสมมาก สนใจลองเข้าไปดู
http://www.bluebell-press.com/?p=139

Advertisements

ภาพเขียนเลือด The English Assassin
โดย Daniel Silva
เล่มแรกของชุด สายลับ กาเบรียล อัลลอน

อืม เรื่องนี้น่ะ เป็นเรื่องแรกเลยที่ระหว่างอ่านแล้ว เต็มไปด้วยความคาดหวังว่า … เดี๋ยวมันคงจะสนุกกว่านี้ล่ะน่า แต่แล้วจนหน้าสุดท้าย ความหวังเราก็ยังคงเป็นแค่ความหวัง 5555

ระหว่างอ่านนี่ ก็พลิกไปดูปกหน้า ปกหลังบ่อยมาก พลิกไปดูที่เค้าโฆษณาเอาไว้ … อ้าว ไหนว่า thiller ..ไหนว่า สนุกสุดๆ แปลไปแล้ว 25 ภาษา ไีีรเนี้ย …

แต่แล้วก็ไม่มีส่วนไหนเลย ที่จะตรึงให้คนอ่านติดกับหน้ากระดาษได้ เรื่องนี้ต้องใช้ความอดทน และพยายามจริงๆ  (ขอบอก) กว่าจะอ่านจบได้

แต่โดยรวมแล้ว พล๊อตเรื่องดีทีเดียว สืบสวนสมจริง แล้วก็คาดเดาไม่ได้ เสียอย่างเดียวฉากต่อสู้น่าจะทำให้ตื่นเต้นกว่านี้ จะได้ทำให้มีแรงอ่านจนจบได้

เรื่องรักๆใคร่ๆที่จะดึงดูด คนอ่านที่เป็นผู้หญิงก็ไม่มีเลยนะคะ ทั้งๆที่ ด้านหลังปก เขียนไว้ว่า “เรื่องราวของนักธุรกิจ สายลับ นักรัก.. “อะไรประมาณนั้น

70% ของเรื่องนี้หนักไปทางการให้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 เน้นความเชื่อมโยงระหว่าง นาซี กับ ประเทศสวิซเซอร์แลนด์ ซึ่งในส่วนนี้ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

เรื่องย่อไปหาอ่านเอาจาก nanmeebook นะค่ะ ตามลิงค์ –> เรื่องย่อจาก nanmeebook

สรุป ก็คงต้องอ่านชุึดนี้ต่อไปเรื่อยๆ ก็ดันซื้อมา 5 เล่มแล้วอ่ะ ฮือ ฮือ … ต่อไปมันอาจจะสนุกกว่านี้ก็ได้…ถ้่าเรามีแรงหยิบเล่มต่อไปมาอ่านนะ 555


“Kay Scarpetta” series 1- Postmortem ศพ

Postmortem

patricia conwell

Postmortem (1990)

นี่เป็นครั้งแรกเลยสำหรับชีวิตการอ่านหนังสือ ที่ได้เจอกับการชันสูตรศพซะเห็นภาพ (…)
แต่อย่าเข้าใจผิดว่ามันจะเป็นอาหารอันโอชะสำหรับพวกกระหายฉากตื่นเต้น ความทารุณ หรือเลือดสดๆ

ทุกครั้งที่หมอเคย์ของเราปฏิบัติงาน หรือ ไปเยือนสถานที่เกิดเหตุ ภาพที่เราเห็นก็จะมองผ่านความคิดของเคย์ ผู้ซึ่งมีความเห็นอกเห็นใจและ
อารมณ์ขันในแบบของเธอ บางครั้งถ้าเหตุการณ์มันรุนแรงมาก (ซึ่งเล่ม 1 นี่ไม่ได้ทำให้ผิดหวังเลยในเรื่องนี้ ) เคย์ก็จะบรรยายค้างเอาไว้ ทิ้งให้คนอ่านไปคิดต่อเอาเอง
แน่นอนในครั้งแรกคนอ่านต้องเกิดอาการงุนงงสงสัย แต่เคย์ก็จะค่อยๆ เฉลยออกมาอย่างละมุมละม่อมในที่สุด

และต้องยอมรับเลยว่า ผู้เคราะห์ร้ายคนสุดท้าย ในคดีนี้ ถูกทำร้ายอย่างทารุณที่สุดในบรรดาเรื่องที่มนุษย์จะทำต่อกันได้
คงไม่มีใครที่อ่านมาถึงตอนนี้แล้วจะไม่ขนลุก จิตใจก็พาลแต่จะคิดว่า ถ้าเหยื่อเป็นเรา หรือ ผู้หญิงที่เรารู้จัก เราคงเต็มไปด้วยความเคียดแค้นอยากจับมันมาลงโทษให้สาสมกับการกระทำของมัน

แนะนำเคย์กันก่อนสักเล็กน้อย
Kay Scarpetta
เธอเป็นหัวหน้าประจำหน่วยแพทย์ชันสูตรในริชมอนต์ ซึ่ง มีอำนาจสิทธิ์ขาดทุกอย่างในการสืบสวนสาเหตุการตาย
เคย์อายุราวๆ สี่สิบต้นๆ ผมสีบลอนด์  และมักจะดูเด่นเสมอแม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คน
เคยหย่าร้างและไม่คิดจะแต่งงาน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่มีคนรัก
เสียพ่อไปตั้งแต่วัยรุ่น ด้วยโรคมะเร็ง ปัจจุบันเคย์อยู่เพียงลำพัง แต่ก็ยังคงมีการติดต่อกับแม่และน้องสาวอย่างสม่ำเสมอ

เคย์มักจะรู้สึกเสมือนกับว่าเธอรู้จักสนิทสนมกับศพที่เธอชันสูตรเสมอ เพราะจะมีใครที่รู้จักผู้ตายได้ละเอียดเท่าเธอ
ทั้งจากการที่เธอต้องชันสูตรพวกเค้าชนิดทุกซอกทุกมุม ทั้งข้างในข้างนอก และยังต้องสืบประวัติ ของผู้ตาย
เพื่อหาสาเหตุการตายอีก

จึงไม่แปลกที่บ่อยครั้งเคย์มีอารมณ์ร่วม และรู้สึกอ่อนไหว ไปกับสิ่งที่พวกเค้าเหล่านั้นต้องพบเจอก่อนที่จะตาย

Dorothy Farinelli
ตัวละครต่อมาคือน้องสาวเคย์ เธอไม่ค่อยมีบทบาทในเล่มนี้เท่าไรนัก และก็ไม่รู้ว่าต่อไปจะมีรึป่าว
น้องสาวเคย์เป็นนักเขียน และมีลูกคนหนึ่งกับสามีที่เสียชีวิตไปแล้ว ปัจจุบันก็ยุ่งวุ่นวายกับงานเขียนเกี่ยวกับเด็กและคนรักที่เปลี่ยนอยู่บ่อยๆ
งานเขียนเธอโด่งดังและได้รับรางวัล รวมทั้งเสียงวิจารณ์ได้ด้านดีๆ มากมาย อาทิเช่น “ฉลาดหลักแหลม” , “เป็นหนังสือที่วัยรุ่นต้องอ่าน” , “เปี่ยมไปด้วยจินตนาการ”
แต่กระนั้นเธอกลับไม่เคยเอาใจใส่ลูกสาวตัวน้อยของเธอแม้สักครึ่งนึงเท่าที่เธอมีให้กับงาน

Lucy Farinelli
หลานสาวของเคย์ เธอเป็นเด็กสิบขวบ แต่เป็นอัจฉริยะ และสนใจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
เป็นเด็กมีปัญหา ก้าวร้าว แต่เธอรักและภักดีกับเคย์ที่เป็นป้าของเธอมากๆ เคย์เองก็รักและสงสารหลานคนนี้

Pete Marino
ตำรวจสืบสวน อายุราวๆ ห้าสิบ แต่งงานแล้วมีลูกชายคนหนึ่ง แต่ไม่เคยพูดถึง
นิสัยห้าว หยาบคายและขาดความอดทน มักจะมีปมเกี่ยวกับเรื่องชนชันต่ำ เพราะมาริโนเป็นคนผิวขาวที่มาจากสลัม

เคย์ไม่กินเส้นกับมาริโนตั้งแต่แรก แต่ก็ยังต้องร่วมงานกัน ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจะค่อยๆพัฒนาในทางที่ดีขึ้น เพราะความที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันบ่อยๆ จึงทำให้สนิทกัน

Benton Wesley
FBI แผนกวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ก่ออาชญากรรม อายุมากแล้ว ผมเป็นสีเทา ซึ่งเคย์ยอมรับว่าเป็นผู้ชายที่ดูดีทั้งรูปลักษณ์ บุคลิก และ นิสัย

สำหรับเล่มนี้ เคย์และมาริโนต้องตามหาฆาตกรต่อเนี่องที่ไม่โรคจิต แต่ฆ่าคนเพราะความสนุก ขอย้ำว่าไม่โรคจิต (???)
ฉลาดมีไอคิวสูงกว่าคนทั่วไป ซึ่งกว่าเคย์จะรู้ว่าเป็นใคร ก็ต้องสังเวยไปถึง 5 ศพ และเกือบจะรวมถึงชีวิตตัวเองด้วย

เปิดเนื้อเรื่องด้วยการตายของเหยื่อคนที่ 4 ไม่พูดพร่ำทำเพลง เพิ่งจะเริ่มอ่านก็ต้องมาเจอกับสภาพศพที่สุดสยอง สภาพศพถูกขมขืนนอนเปลือยอยู่บนเตียง แขนถูกมัดไพล่หลังไว้ด้วยสายไฟ
หน้าบวมคล้ำเป็นสีม่วง ร่างกายปกคลุมไปด้วยสีแดง มีรอยมีดฟันอยู่ทั่วตัว

การสืบหาของเคย์เริ่มต้นอย่างมึนๆ เพราะผู้ตายทั้งสี่ไม่มีเรื่องอะไรเชื่อมโยงกันทั้งสิ้น ทั้งสีผิว อาชีพ

เคย์ต้องรับกับความกดดันมากมาย เพราะไหนจะต้องสืบหาตัวฆาตกรให้ทันก่อนจะเกิดเหยื่อรายที่ 5 แล้วยังโดนปิดบังข้อมูลสำคัญเพระความไม่ไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา
เนื่องจากกรณีที่หลักฐานและเงื่อนงำต่างๆที่สืบมาได้ มีรั่วไหลไปถึงนักข่าว เคย์เครียดกับเรื่องนี้มากเพราะหมายถึงว่าเธอถูกเพ่งเล็งว่าบกพร่องในหน้าที่
(แต่ใครจะนึกว่าหลานสาว 10 ขวบของเธอจะช่วยเธอไว้ได้ในเรื่องนี้)

เคย์มึความเห็นขัดแย้งกับมาริโนเสมอ ในทุกเรื่องก็ว่าได้ แต่ทั้งยังงั้น สองคนนี้ก็มักต้องพูดเปิดใจกันทุกเรื่อง เพื่อประโยชน์ในการสืบคดี
โดยส่วนตัวชอบทุกครั้งที่สองคนนี้คุยกัน ตลกและเสียดสีกันได้สนุกมาก

เคย์ต้องรับมือกับทั้งคดีที่มืดแปดด้าน ไปพร้อมกับ หลานสาวเจ้าปัญหา รวมทั้งชีวิตรัก กับ secret lover ของเธอ


สรุปสั้นๆคือ นิยายชุดนี้สืบสวนใด้สนุก และน่าติดตามมาก แนะนำให้อ่านและควรมีไว้ในครอบครองจริงๆ


รอยแค้นในแรงรัก
(Every Move She Makes)

โดย เบเวอร์ลี่ บาร์ตัน

every move she makes

อืม… หนังสือแนวโรแมนติก ปน สืบสวน
โรแมนติกนะใช่ แต่ไม่สืบสวนเลยสักนิด ตัวเอกไม่ช่วยคนอ่านเลยในเรื่องนั้น มีแต่ทิ้งปมและคำใบ้ให้ขบคิดเอาเอง แน่นอนว่าหลายคนคงเดาถูก
ก็กระทั่งชื่อเรื่องภาษาอังกฤษและภาษาไทยก็บอกใบ้ซะขนาดนั้น ใครกันล่ะ ที่เป็นผู้หญิง และโดนความรักทรยศจนเปลี่ยนเป็นความแค้น ใครกันที่จะเป็นคนที่ทุกคนคาดไม่ถึง…โค–จะง่ายเลย)

ที่ว่ามันไม่ออกแนวสืบสวนเลยก็เพราะ พระเอกมีชื่อคนร้ายอยู่แล้วในใจ (ซึ่งไม่เฉียดสักนิด) แล้วก็ไม่ได้พยายามค้นหาความจริง มีแต่พยายามอย่างอื่น….(คิดเอาเองนะ ว่าพยายามอะไร)
นางเอกก็..จากปกหลังที่โฆษณาไว้ว่าช่วยพระเอกสืบหาความจริงเนี้ยก็ไม่ได้ทำเลย มีแต่ช่วยทำอย่างอื่น (….)

แต่เรื่องนี้เติมเต็มให้คุณได้ ถ้าคุณต้องการ
ความลับที่ชวนให้คาดเดา
คู่รักหลายคู่ที่น่าแอบลุ้นเอาใจช่วย
บทรักที่ทำให้หัวใจระทึกนิดๆ
และ พระเอกที่น่าจะทำให้หลายคนเก็บเอาไปฝัน

เอาเป็นว่า ถ้าอยากอ่านเรื่องลืบลับ สืบสวนคงต้องผิดหวัง
แต่ถ้าต้องการหนังสือสักเล่ม ที่จะทำให้อมยิ้มปนเคลือบแคลงสงสัยหน่อยๆ ล่ะก็ใช่เลย

..อดสงสัยไม่ได้นะว่า เรื่องนี้อาจจะโดนเซ้นเซอร์ไปหลายตอน (รึป่าว) เพราะบรรยายเพิ่มอีกนิดเนี้ยก็เกือบจะเทียบเท่านิยายโรแมนซ์ แล้ว

รายละเีอียด –> http://www.amarinpocketbook.com/books_detail.asp?book_id=1939


ท่ามกลางกระแสทุนนิยมในทุกวันนี้ โฆษณาในรูปแบบ video เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการจะสื่อสารไปถึงตัวลูกค้าอย่างได้ผลที่สุด

รายหลายแข่งขันกันโดยเน้นความแปลกใหม่ หรือ อาจจะถึงขึ้นประหลาด เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค (แต่หารู้ไม่ว่าทำให้ผู้ดูรู้สึกพะอืดพะอมแทน) 

เช่นโฆษณาสเปรย์ดับกลิ่นกายยี่ห้อหนึ่ง เปรียบผู้หญิงเป็นแรด คอยรุมทึ้งผู้ชายที่ใช้น้ำหอมยี่ห้อดังกล่าว ซึ่งหากยังจำกันได้ กลุ่มลูกค้าหลักของผลิตภัณฑ์นี้คือวัยรุ่น

ทำให้เกิดสงสัยว่าโฆษณานี้ให้อะไรแก่สังคมกันแน่ (คุณค่าของผู้หญิงเปรียบได้แค่แรดตัวหนึ่งเท่านั้นเองเหรอ?)

 จะไม่พูดเรื่องแย่ๆ ของโฆษณามากไปนักเพราะวันนี้ต้องการแค่จะชมโฆษณาตัวหนึ่ง ซึ่งตอบโจทย์ความขัดแย้งในสังคมทุกวันนี้ได้อย่างดี

เป้าหมายของโฆษณาชุดนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าการอธิบายผู้คนในหลายรูปแบบ ด้วยส่วนต่างๆของโค้ก

ซึ่งไม่น่าเชื่อจริงๆว่า จะสามารถ “สร้าง content ที่ยอดเยี่ยมขึ้นมาจากสิ่งที่ง่ายๆ” เช่นนี้ได้

 ผลพลอยได้จากการชมโฆษณาชุดนี้ อาจจะช่วยให้คนไทยเข้าใจกัน และฉุกคิดได้ถึงความสามัคคีที่เราลืมเลือนกันมานานเหลือเกินแล้ว